เมื่อรถไฟมาควรทำอย่างไร? ให้ปลอดภัย


เมื่อรถไฟมาควรทำอย่างไร? ยังไงถึงปลอดภัยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง จุดตัดทางรถไฟ หรือ ทางข้ามทางรถไฟ ถือเป็นบริเวณเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ดังนั้นผู้ขับขี่รถยนต์และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากเมื่อต้องสัญจรผ่าน ไม่ละเลยหลักพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกครั้ง

สำหรับการขับขี่รถผ่านทางรถไฟหรือจุดตัดทางรถไฟ มีหลักปฏิบัติกำหนดเป็นกฎหมายตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 ใน 2 มาตราคือ

มาตรา 62 ในทางเดินรถตอนใดที่มีทางรถไฟผ่าน ถ้าปรากฏว่า

(1) มีเครื่องหมายหรือสัญญาณระวังรถไฟแสดงว่ารถไฟกำลังจะผ่าน

(2) มีสิ่งปิดกั้นหรือมีเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณแสดงว่ารถไฟกำลังจะผ่าน

(3) มีเสียงสัญญาณของรถไฟหรือรถไฟกำลังแล่นผ่านเข้ามาใกล้อาจเกิดอันตรายในเมื่อจะขับรถผ่านไป

ผู้ขับขี่ ต้องลดความเร็วของรถและหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่าห้าเมตร เมื่อรถไฟผ่านไปแล้วและมีเครื่อง หมายหรือสัญญาณให้รถผ่านได้ ผู้ขับขี่จึงจะขับรถผ่านไปได้

มาตรา 63 ในทางเดินรถตอนใดที่มีทางรถไฟผ่านไม่ว่าจะมีเครื่องหมายระวังรถไฟหรือไม่ ถ้าทางรถไฟนั้นไม่มี สัญญาณระวังรถไฟหรือสิ่งปิดกั้น ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถและหยุดรถห่างจากทางรถไฟในระยะไม่ น้อยกว่าห้าเมตร เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงจะขับรถผ่านไปได้

เมื่อรถไฟมาควรทำอย่างไร

1. รถไฟอาจมาเมื่อไหร่ก็ได้

สำหรับผู้ขับขี่ที่สัญจรผ่านทางรถไฟเป็นประจำ อาจเกิดความคุ้นเคยเกี่ยวกับช่วงเวลาที่รถไฟจะผ่านมากลายเป็นจุดเริ่มต้นของความประมาท และลดหย่อนความระมัดระวังลงโดยไม่รู้ตัว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาจมีรถไฟขบวนที่ไม่ได้แล่นตามตาราง หรือมีการปรับเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง ฉะนั้นก่อนจะขับรถผ่านทางรถไฟ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุดทุกครั้ง

2. รถไฟมาได้ทั้งซ้าย-ขวา

หลังจากปฏิบัติตามหลักโดยถูกต้องจนขบวนรถไฟแล่นผ่านไปแล้ว นั่นไม่ได้หมายความว่าสามารถขับรถผ่านทางรถไฟได้ทันที แต่ผู้ขับขี่ยังจะต้องตรวจตราเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ว่ามีรถไฟอีกขบวนหนึ่งแล่นสวนทางมาหรือไม่ ซึ่งเกิดขึ้นได้ในกรณีที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟนั้นเป็นแบบรางคู่

3. ขบวนรถไฟแล่นเร็วกว่าที่มองเห็น

หากมองจากริมทางรถไฟในระยะไกล อาจเป็นไปได้ว่าเราจะมองรถไฟค่อย ๆ แล่นช้า ๆ แต่นั่นเป็นเรื่องของมุมมองที่หลอกสายตา และความจริงแล้วรถไฟก็จะแล่นด้วยความเร็วและมาถึงบริเวณจุดตัดรางรถไฟเร็วกว่าที่คาด ดังนั้นการเสี่ยงที่จะขับรถผ่านโดยไม่รอให้รถไฟแล่นผ่านไปก่อน ถือได้ว่าเป็นความประมาทอย่างรุนแรงเช่นกัน

4. รถไฟคันใหญ่กว่าที่คิด

โดยทั่วไปแล้ว ตัวโบกี้รถไฟจะมีขนาดใหญ่มากกว่าขนาดของรางรถไฟทั้งสองฝั่งเกินกว่า 1 เมตร นั่นหมายความว่าแม้จะไม่ได้หยุดรถกีดขวางทางรถไฟ แต่อยู่ใกล้เกินไปก็อาจจะไม่พ้นจากอันตรายเช่นกัน ดังนั้นควรปฏิบัติตามกฎหมาย นั่นคือหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร

Drive through the railway intersection. How to be safe without risking your life Railway intersection or railroad crossing It is a prone to severe accidents. Therefore, motorists and motorcyclists Must be very careful when passing by. Never neglect the basics of safety and adhere to the law at all times.

For driving through railroads or rail intersections. Having a code of conduct that is required by law Road Traffic Act (No. 12) B.E. 2562 in 2 sections:

Section 62 & nbsp; At what time is the train passing by? If it appears that

(1) There is a sign or signal to watch out for the train, indicating that the train is about to pass.

(2) There is a block or a staff signal indicating that the train is about to pass.

The driver must reduce the speed of the vehicle and stop the vehicle at least five meters from the rail. When the train has passed and there is a machine A sign or a signal to allow the car to pass through The driver can then drive through it.

Section 63 At what time a train passes, whether there is a caution mark on the train or not. If the train doesn’t have Warning signs for trains or obstructions The driver must reduce the speed of the vehicle and stop the vehicle at a distance from the railway. Less than five meters When I saw that it was safe, I could drive through it.

อาหารหลัก 5 หมู่ มีอะไรบ้าง

เกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือเกาะอะไร

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชพระองค์แรกของไทย คือใคร